หน้าจอ LED ในห้อง การติดตั้งมักเน้นที่ประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ ความสวยงาม และความสะดวกในการบำรุงรักษาเป็นหลัก
การยึดหน้าจอแบบติดผนังเหมาะที่สุดสำหรับหน้าจอที่มีพื้นที่ไม่เกิน 10 ตารางเมตร และน้ำหนักไม่เกิน 50 กิโลกรัม ในกรณีเหล่านี้ ช่างติดตั้งสามารถยึดหน้าจอโดยตรงกับผนังรับน้ำหนักได้โดยไม่จำเป็นต้องเว้นระยะพื้นที่สำหรับการบำรุงรักษาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ผนังดังกล่าวต้องมีความแข็งแรง เช่น ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือโครงสร้างที่มีคานฝังอยู่ภายใน ส่วนผนังอิฐกลวงหรือผนังเบาไม่สามารถรองรับวิธีการนี้ได้
สำหรับหน้าจอที่มีขนาดใหญ่และหนักกว่า (น้ำหนักเกิน 50 กิโลกรัม หรือความกว้างเกิน 1,200 มิลลิเมตร) ช่างติดตั้งมักใช้แขนยึดแบบหมุนได้ ซึ่งออกแบบให้หน้าจอสามารถแกว่งออกได้ เพื่อสร้างทางเข้าถึงสำหรับการบำรุงรักษา โดยไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมพื้นที่ด้านหลังหน้าจอ
การยึดหน้าจอแบบใช้โครงสร้างเหมาะสำหรับหน้าจอที่มีพื้นที่มากกว่า 10 ตารางเมตร เนื่องจากให้การรองรับเชิงโครงสร้างที่ดีกว่า และทำให้การบำรุงรักษาง่ายขึ้น แม้ว่าข้อกำหนดทั่วไปเกี่ยวกับผนังจะยังคงเหมือนเดิม แต่โครงสร้างเสริมที่เพิ่มเข้ามาจะช่วยยกระดับความมั่นคงและความสะดวกในการให้บริการ

แม้การติดตั้งแบบแขวนจะพบได้น้อยกว่าในพื้นที่กลางแจ้ง แต่ก็มักใช้บ่อยสำหรับป้ายหน้าร้าน โดยเฉพาะป้ายหัว (header displays) ที่ติดเหนือทางเข้า วิธีนี้เหมาะที่สุดสำหรับจอแสดงผลที่มีพื้นที่ไม่เกิน 10 ตารางเมตร และต้องมีโครงสร้างเหนือศีรษะที่เหมาะสม เช่น คานหรือวงกบประตู
ช่างติดตั้งมักเพิ่มฝาครอบด้านหลังเพื่อการป้องกัน ในพื้นที่ภายในอาคาร มักใช้ชิ้นส่วนระบบแขวนมาตรฐานที่ยึดกับเพดานคอนกรีต ส่วนคานเหล็กอาจจำเป็นต้องใช้ระบบเชือกลวดเหล็ก เพื่อรักษารูปลักษณ์ที่เรียบร้อย ช่างมักซ่อนระบบแขวนไว้ภายในท่อตกแต่งที่เข้ากันกับลักษณะของจอแสดงผล
การติดตั้งแบบตั้งบนพื้นมีสองประเภท:
โดยสรุป การเลือกวิธีการติดตั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ขนาดหน้าจอ น้ำหนัก สภาพแวดล้อม และความต้องการในการบำรุงรักษา